ประเพณีโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว…

วันนี้ผมไปร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานของ “ก้อง” น้องชายสุดหล่อ ลูกชายคนโตของน้าสาวอีกคนหนึ่งในครอบครัวใหญ่ๆ ของเรา ที่โรงแรมโอเรียลเต็ล โรงแรมในฝันที่ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้เข้าไปชื่นชมความงดงามเป็นครั้งแรกในชีวิต..

ดีใจกับน้องจริงๆ ครับ ที่ในที่สุดก็ถึงเวลาที่น้องจะต้องเปลี่ยนสถานะส่วนตัวมาเป็นสถานะของความเป็นครอบครัวตามพี่ และก็อดจะอิจฉาน้องไม่ได้สำหรับเจ้าสาวแสนสวยที่นับจากนี้จะต้องครองคู่อยู่ด้วยกันไปอีกนานแสนนาน..

ช่วงท้ายพิธี ผมได้ไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่ถูกทางเสียจริงๆ จึงได้มีโอกาสบันทึกภาพประทับใจ ในช่วงที่เจ้าสาวกำลังโยนช่อดอกไม้ ให้กับบรรดากลุ่มสาวๆ ซึ่งต่างมุ่งมั่นที่จะได้รับช่อดอกไม้นั้นมาครอบครองตามความเชื่อกันอย่างสนุกสนาน..

แล้วประเพณี “โยนช่อดอกไม้” นี้มันมีมายังไง..??.. น่าสนใจดีครับ ว่าแล้วลองไปสืบค้นหาข้อมูลมาศึกษาไว้สักหน่อย ไม่เสียหายครับ..

ตามธรรมเนียมพิธีแต่งงานของชาวตะวันตก หลังจากเสร็จพิธีเจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ เพื่อให้แขกที่เป็นสาวโสดแย่งกันรับ หากสาวคนใดเก็บได้จะถือว่าเป็นผู้โชคดีที่จะมีข่าวดีได้แต่งงานในเร็ววัน แต่ในปัจจุบันเจ้าสาวชาวตะวันตกไม่ค่อยนิยมโยน ช่อดอกไม้แล้ว ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น อยากเก็บไว้เอง เพราะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิต เจ้าสาวบางคนจะมอบให้กับแม่เก็บรักษาไว้ หรือนำไปวางที่หน้าหลุมศพของคุณย่าหรือคุณยายที่ล่วงลับ

การโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวเป็นประเพณีทั่วทั้งทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ มีที่มาตั้งแต่สมัยยุโรปยุคกลาง (ค.ศ.400-476 ถึงค.ศ. 1453-1517 หรือประมาณ 1,600-500 ปีที่แล้ว) ช่วงแรกเจ้าสาวไม่ได้คิดว่าจะต้องใส่ชุดแต่งงานอีก และชุดแต่งงานก็ถือเป็นเครื่องรางนำโชคสำหรับหญิงคนอื่น เพื่อสร้างความเจริญเติบโตของครอบครัว เมื่อจบพิธีแต่งงานจะยกชุดให้คนอื่น และสาวโสดทั้งหลายต่างก็อยากได้ชุดแต่งงานมาครอบครองจึงไล่จับเจ้าสาวและฉีกชุดเป็นชิ้นๆ จนรุ่งริ่ง

เมื่อเวลาผ่านไปชุดแต่งงานมีราคาสูงขึ้น และเริ่มมีประเพณีที่จะเก็บชุดแต่งงานไว้เพื่อเป็นของที่ระลึกหรือเพื่อให้ลูกสาวได้ใช้ในวันแต่งงานข้างหน้า

เพื่อเป็นการป้องกันแขกเหรื่อ ฉีกชุดแต่งงาน เจ้าสาวทั้งหลายจึงเริ่ม ที่จะโยนสิ่งอื่นๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หนึ่งในนั้นก็คือยางรัดถุงน่อง ต่อมาช่อดอกไม้เป็นสิ่งที่นิยมจนเป็นประเพณีมากที่สุด ซึ่งช่อดอกไม้เหมาะสมมาก เพราะดอกไม้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเจริญเติบโต และดอกไม้ก็ต้องเหี่ยวเป็นธรรมดา เจ้าสาวจึงไม่คิดที่จะเก็บไว้

นอกจากนี้ การโยนช่อดอกไม้ยังปลอดภัยกว่าการโยนยางรัดถุงน่องอีกด้วย เพราะแขกเหรื่อที่ดื้อด้านและไม่มีความอดทนบางคน ถึงกับพยายามที่จะเอายางรัดถุงน่องจากเจ้าสาวในขณะที่เจ้าสาวยังใส่อยู่เลย

คู่บ่าวสาวสมัยใหม่บางคู่ไม่ชอบประเพณีการโยนช่อดอกไม้และหากไม่ดัดแปลงบ้างก็จะงดไปเลย การโยนช่อดอกไม้สามารถสร้างความอึดอัดใจให้กับแขกผู้หญิงที่ประสงค์จะไม่แต่งงานอยู่แล้ว หรือแขกที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นด้วยธรรมเนียมเช่นนี้

อีกทั้งการแย่งกันรับก็สร้างความวุ่นวายและความโกลาหลได้ด้วย เจ้าสาวบางคนเตรียมการเอาไว้ก่อน โดยบอกให้เพื่อนเจ้าสาวหรือเพื่อนที่หมั้นแล้วมารับช่อดอกไม้ นอกจากนี้ บางคนเลือกที่จะมอบช่อดอกไม้เล็กๆ ให้กับเพื่อนเจ้าสาวแต่ละคน หรือมอบดอกไม้จากช่อดอกไม้ใหญ่ให้กับแขกที่เป็นผู้หญิงทุกคน คนละดอก

อืม..ได้ความรู้เพิ่มเติมมาอีกเพียบเลย แต่ก็นั่นล่ะครับ มันก็คือความเชื่อ ชีวิตบางคนก็เดินไปตามนั้น และชีวิตบางคนก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น…

ข้อมูลจาก : คอลัมน์ “รู้ไปโม้ด” หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: