ไปกราบถวายสักการะพระบรมธาตุหริภุญชัย

   

ปลายสัปดาห์ของต้นเดือนมีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ผมมีกำหนดการเดินทางไปทำงานอีกครั้งที่นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูน ไปครั้งนี้ไปหลายที่และไปกันหลายคนทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น ก็เลยต้องวางแผนสลับสับเปลี่ยนกันเข้าโรงงานโน้น ออกโรงงานนี้ กันซะยุ่งไปหมด

ช่วงหนึ่งระหว่างที่รอเวลาเข้าพบลูกค้า ผมกับคุณซากะ ที่จับคู่กันมีเวลาว่างอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เลยชักชวนกันขับรถไปยังสถานที่สำคัญของเมืองลำพูน สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

สำหรับผมแล้วปีหนึ่งๆ เดินทางขึ้นไปทำงานที่ เชียงใหม่ และ ลำพูน อยู่หลายครั้ง ความจริงต้องบอกว่าตลอดชีวิตเสียด้วยซ้ำ ก็เพิ่งจะมีครั้งนี้นี่แหละ ที่ได้มีโอกาสเข้ามากราบถวายสักการะ ชื่นชมความงดงาม และศึกษาประวัติความเป็นมา ของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงคู่บ้านคู่เมืองลำพูนแห่งนี้

สำหรับคุณ ซากะ นอกจากได้ไปกราบไหว้แสดงความเคารพและศรัทธาด้วยกันแล้ว ยังได้ปล่อยนกไถ่ชีวิต และแวะเช่าวัตถุมงคล “พระรอด” ของวัดฯ ที่สร้างขึ้นจากมวลสารที่ได้จากการบูรณะพระธาตุเมื่อครั้งที่ผ่านมา ไว้ป้องกันภัยในยามเดินทางด้วย 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เข้าไปหาข้อมูลมาเสริมเก็บไว้สักหน่อย ดังนี้ครับ 

     

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลาง เมืองลำพูน มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 27 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของพญาอาทิตยราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ โดยที่แห่งนี้ เคยเป็นพระราชฐานของพระองค์ซึ่งพระราชทานอุทิศถวายให้เป็นวัดพระธาตุฯ เพื่อเป็นพุทธบูชาหลังจากที่พระบรมสารีริกธาตุได้ปรากฏ ให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรในบริเวณดังกล่าว มวลสารผงจากองค์พระบรมธาตุหริภุญชัยใช้ทำพระสมเด็จจิตรลดา

พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นโบราณสถานอันสำคัญของนครหริภุญชัยที่ พระเจ้าอาทิตยราช เป็นผู้สถาปนาขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อันมี ธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูกอก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง ตามพุทธทำนายลักษณะทางสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุหริภุญชัย ตามที่ปรากฏในหนังสือตำนานพระธาตุหริภุญชัย กล่าวว่า มีลักษณะ เป็นสถูปสี่เหลี่ยมทรงปราสาท ที่มีซุ้มทวาร เข้า- ออกทะลุกันได้ทั้งสี่ด้าน มีปราสาทสี่เหลี่ยมอยู่ตรงมุมละองค์ก่อด้วยศิลาแลงซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีมากอยู่ในเมืองนี้ ภายในเป็นแท่น สำหรับประดิษฐาน พระโกศที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในสมัยของพญาสรรพสิทธิ์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ ทรงโปรดให้ปฏิสังขรณ์เจดีย์เดิมที่พญาอาทิตยราชทรงสร้างไว้และได้ขุดร่องทวารประตูเข้า-ออก ทั้งสี่เพื่อความปลอดภัย รูปทรงสันฐานขององค์พระบรมธาตุยังคงเป็นลักษณะเดิม คือ เป็นทรงปราสาทสี่เหลี่ยมที่กว้างใหญ่และสูง เมื่อ พญามังราย ตีเมืองหริภุญชัยได้ โปรดให้ซ่อมแซมดัดแปลงองค์พระธาตุขึ้นใหม่ การปฏิสังขรณ์ครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทรวดทรง ขององค์พระธาตุฯ จากทรงปราสาทกลายเป็นทรงเจดีย์ฐานกลมแบบทรงลังกา ในสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมาประมาณปี พ.ศ. 1951 โปรดให้มีการปิดทององค์พระธาตุ พ.ศ. 1990 พระเจ้าติโลกราชกษัตริย์องค์สำคัญแห่งเมืองเชียงใหม่ ทรงร่วมกับพระมหาเมธังกรเถระ ก่อพระมหาเจดีย์ให้สูงขึ้นเป็น 92 ศอก กว้างยาวขึ้น 52 ศอก เป็นรูปร่างที่เห็นเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก และสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: