ท่านประธานที่เคารพครับ..ผมเบื่อคำๆ นี้จังเลย…

รัฐสภา

แม้จะไม่ใช่คอการเมืองแต่ก็หลีกเลี่ยงการเมืองไม่ได้ เพราะยังต้องคอยติดตามข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา อย่างเมื่อเย็นวานนี้ เมื่อคืนนี้ และเมื่อเช้าของวันนี้ ที่สื่อโทรทัศน์หลายช่องช่วยกันรายงานข่าวและเสนอภาพบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (อันทรงเกียรติ) ณ ห้องประชุมรัฐสภาไทย

ความจริงชีวิตผมเริ่มรู้สึก “เบื่อ” การเสพข่าวทางด้านนี้มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็เหมือนถูกบังคับให้ต้องคอยบริโภค เหมือนฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู ที่พอถึงเวลาก็ต้องโผล่หน้ามากิน..กิน..กิน.. และ..กิน.. 

ผมเบื่อผู้อภิปรายทั้งสองฝ่าย ผมเบื่อกิริยามารยาท การพูดจาอวดใหญ่อวดโต การไม่เคารพและให้เกียรติของผู้ที่มักจะอ้างสรรพนามแทนตัวเองและผองเพื่อนที่นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนั้นว่า “ผู้ทรงเกียรติ” และที่สุดของความเบื่อ ผมเบื่อ..ท่านประธานที่เคารพ..ผมเบื่อคำๆ นี้จังเลย

ผมว่าผู้คนส่วนหนึ่งในประเทศ คงจะมีความเห็นคล้ายๆ กับผมว่า “ประเทศชาติจะได้ประโยชน์อะไร..??..” แต่ก็อย่างว่าล่ะ..ถามไปอย่างนี้ก็คงจะต้องมีคำถามย้อนกลับมาสู่ตัวผมว่า “แล้วมึงไปเสือกอะไรกับเขา..??..” มีเรื่องกันอีกจนได้

ไม่รู้เวรกรรมอะไร..??..ประเทศขาติของผมถึงต้องไปขึ้นอยู่กับผู้คนเพียงไม่กี่ร้อยคนที่นั่งสลอนกันอยู่ในเครื่องรับโทรทัศน์ นี่ถ้าขังเอาไว้ในหน้าจอสี่เหลี่ยมนี้ได้จริงๆ ผมจะยอมเสียสละแทนคนทั้งประเทศ รับอาสาคอยให้อาหารเหมือนปลาที่อยู่ในตู้ เช้าและเย็น เอง.. หรือจะให้เปลี่ยนน้ำที่เน่าๆ ให้ทุกอาทิตย์ด้วยก็ได้

ฝ่ายโน้น..ฝ่ายนี้..พูดได้.. ประชาชนอย่างผมก็อยากจะพูดบ้าง..!!..

ประวัติรัฐสภาไทย

รัฐสภาของประเทศไทยกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชัวคราวฉบับแรก เมื่อผู้แทนราษฎรจำนวน 70 คนซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ได้เปิดประชุมสภาขึ้นเป็นครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม และเมื่อการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรทั่วประเทศได้สำเร็จลง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้พระราชทานพระที่นั่งอนันตสมาคมองค์นี้แก่ผู้แทนราษฎรเพื่อใช้เป็นที่ประชุมสืบต่อมา

ต่อมา เมื่อจำนวนสมาชิกรัฐสภาต้องเพิ่มมากขึ้นตามอัตราส่วนของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น จึงเกิดความจำเป็นที่จะต้องจัดสร้างอาคารรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่กว่า เพื่อให้มีที่ประชุมเพียงพอกับจำนวนสมาชิก และมีที่ให้ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาใช้เป็นที่ทำงาน จึงได้มีการวางแผนการจัดสร้างอาคารรัฐสภาขึ้นใหม่ถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่ก็ต้องระงับไปถึง 3 ครั้ง เพราะคณะรัฐมนตรีผู้ดำริต้องพ้นจากตำแหน่งไปเสียก่อน

ในครั้งที่ 4 แผนการจัดสร้างรัฐสภาใหม่ได้ประสบผลสำเร็จ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงยืนยันพระราชประสงค์เดิมที่จะให้ใช้พระที่นั่งอนันตสมาคมและบริเวณ เป็นที่ทำการของรัฐสภาต่อไป และยังได้พระราชทานที่ดินบริเวณทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม ให้เป็นที่จัดสร้างสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาขึ้นใหม่ด้วย

สถานที่ทำการใหม่ของรัฐสภา เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 โดยมีกำหนดสร้างเสร็จภายใน 850 วัน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 51,027,360 บาท ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัง คือ

หลังที่ 1 เป็นตึก 3 ชั้นใช้เป็นที่ประชุมวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของสภาทั้งสอง ส่วนอื่นๆ เป็นที่ทำการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ประธาน และรองประธานของสภาทั้งสอง

หลังที่ 2 เป็นตึก 7 ชั้น ใช้เป็นสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาและโรงพิมพ์รัฐสภา

หลังที่ 3 เป็นตึก 2 ชั้นใช้เป็นสโมสรรัฐสภา

สถานที่ทำการใหม่ของรัฐสภา ใช้ในการประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2517 สำหรับพระที่นั่งอนันตสมาคม ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และใช้เป็นที่รับรองอาคันตุกะบุคคลสำคัญ ใช้เป็นสถานที่ประกอบรัฐพิธีเปิดสมัยประชุม รัฐพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ และมีโครงการใช้ชั้นล่างของพระที่นั่งเป็นจัดสร้างพิพิธภัณฑ์รัฐสภา

เนื้อหาเพิ่มเติม ประวัติรัฐสภาไทย จาก วิกิพีเดีย : สารานุกรมเสรี 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: