ชวนนั่งรถม้าชมโบราณสถานที่ “เวียงกุมกาม”

DSC03111 DSC03142 DSC03141

ทริปนี้เป็นครั้งที่สองแล้วในรอบกว่า 5 ปี ที่ผมและครอบครัวได้มีโอกาสกลับไปเยือนสถานที่ประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณสถานสำคัญของเมืองเชียงใหม่ นามว่า “เวียงกุมกาม” เมืองโบราณ ที่พญามังราย หรือ พ่อขุนเม็งราย ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829 โดยโปรดให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้าน ไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ ในคูเมืองโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกามและใกล้เคียง เป็นเวียง หรือเป็นเมืองทดลอง 

ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งใจ รถที่พวกเราเช่ามาก็ตรงเข้ามาจอดในบริเวณของ  “วัดกานโถม” หรือที่ชาวบ้านเรยกกันว่า “วัดช้างค้ำ” ตามประวัติแล้ววัดนี้สร้างโดยพญามังราย เมื่อปีพ.ศ. 1833 ประกอบด้วยฐานเจดีย์ฐานกว้าง 12 เมตร สูง 18 เมตร มีซุ้มคูหาสี่ทิศ มีการใช้พระพุทธรูปซ้อนเป็น 2 ชั้น (ชั้นล่าง- มีพระพุทธรูปนั่ง 4 องค์ ชั้นบน- มีพระพุทธรูปยืน 2 องค์) วิหารและเจดีย์ทรงมณฑปบนฐานลานประทักษิณเตี้ย บริเวณฐานวิหารพบพระพิมพ์ดินเผาแบบหริภุญไชยฝังไว้โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์อีก 1 องค์ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงมณฑปยอดระฆัง ในบริเวณวัดกานโถมยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ที่ได้อัญเชิญเมล็ดจากเมืองลังกามาไว้ด้วย และที่นี่ผมเหลือบไปเห็นป้ายแสดงข้อความขนาดใหญ่กำกับไว้ว่า ที่นี่เป็น “จุดแรกที่ขุดค้นพบเวียงกุมกาม”

หลังจากขอรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่แล้ว พวกเราได้เลือกวิธีการเที่ยวชม “เวียงกุมกาม” ในแบบที่สุดแสนจะสุนทรีย์ นั่นก็คือการใช้ “รถม้า” เป็นพาหนะ โดยมี ไกด์หนุ่ม ซึ่งยังเป็นนักเรียนอยู่ทำหน้าที่ขับม้าและเป็นไกด์คอยถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ ตลอดระยะทางที่นับเวลารวมแล้วเกือบ 1 ชั่วโมงเต็ม 

 DSC03116 DSC03117 DSC03119

รถม้าพาเราออกเดินทางไปยังสถานที่โบราณสถานแห่งแรก คือ “วัดอีค่าง” ที่เรียกว่าวัดอีค่างหรืออีก้างนั้นเพราะเดิมบริเวณวัดเป็นป่ารกร้างและมีฝูงลิงฝูงค่างใช้ซากวัดแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งค่างในภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “อีก้าง” โบราณสถานประกอบด้วยวิหารและเจดีย์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน วิหารมีขนาดใหญ่ 20 *13.50 เมตร เจดีย์เป็นแบบองค์ระฆังทรงกลม

เราเข้าสู่โบราณสถานแห่งที่สอง คือ “วัดหนานช้าง” ตั้งตามชื่อเจ้าของที่ดิน ด้านหน้าของวัดอยู่ใกล้แม่น้ำปิง ซุ้มโขงมีลายปูนปั้นประดับเล็กน้อย ถัดจากซุ้มโขงลงไปมีทางเดินและมีวิหาร ซึ่งที่ฐานพระประธานมีลายปูนปั้น ด้านหลังวิหารมีเจดีย์ฐานทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันสองชั้น เรือนธาตุได้พังเสียหายไปแล้ว เยื้องกับเจดีย์เป็นมณฑป ถัดไปเป็นอุโบสถ

หลังจากนั้นเราเดินทางกันต่อไปที่ “วัดปู่เปี้ย” ซึ่งถือเป็นวัดที่มีความงดงามแห่งหนึ่งในเวียงกุมกาม รูปแบบผังการสร้างวัด และ รูปแบบเจดีย์ประธานมณฑปมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โบราณสถานประกอบด้วยวิหารสร้างยกพื้นสูง เจดีย์ อุโบสถ ศาลผีเสื้อ และแท่นบูชา พร้อมทั้งมีลวดลายปูนปั้นประดับเจดีย์ที่สวยงามมาก

สถานที่อีกแห่งหนึ่งใกล้ๆ กัน คือ “วัดธาตุขาว” ที่เรียกกันว่าวัดธาตุขาวเนื่องมาจากแต่เดิมนั้นตัวเจดีย์ยังคงปรากฏผิวฉาบปูนสีขาวนั่นเอง โบราณสถานประกอบด้วยวิหาร เจดีย์ อุโบสถ และมณฑป โดยมีการก่อสร้างขึ้นมา 2 ระยะคือ ระยะแรกก่อสร้างเพียงเจดีย์ วิหาร อุโบสถ แต่ต่อมาเกิดการชำรุดจึงต่อเติมฐานเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้น ระยะที่สองมีการก่อสร้างมณฑปสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป

ระหว่างทางรถได้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง คือ “วัดพระเจ้าองค์ดำ” ซึ่งตั้งอยู่ภายในเวียงกุมกาม โดยอยู่ใกล้กับกำแพงเมืองทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนมีการขุดแต่งนั้นเป็นสวนลำไย มีพื้นที่เป็นเนินดิน 2 แห่ง ชาวบ้านเรียกว่า เนินพญามังราย และเนินพระเจ้าดำ และสันนิษฐานว่าที่เรียกวัดพระเจ้าองค์ดำนี้เ พราะวัดแห่งนี้เคยมีพระพุทธรูปสีดำประดิษฐานอยู่ โบราณสถานที่พบส่วนใหญ่เป็นวิหารหลายหลัง มีซุ้มประตูโขงและแนวกำแพง ถัดจากซุ้มโขงเข้ามามีวิหารและเจดีย์ สำหรับวัดแห่งนี้น้องชายไกด์ของเราช่วยตอบคำถามของพวกเราว่า วัดแห่งนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ พระองค์ดำ หรือ พระนเรศวรมหาราช แต่อย่างใด

และใกล้เคียงกันเราพบกับ “วัดพญามังราย ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัดพระเจ้าองค์ดำทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อวัดพญามังรายนี้เป็นชื่อเรียกที่ตั้งขึ้นมาใหม่โดยกรมศิลปากร เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดนี้ แต่เมื่อพิจารณาจากการที่เห็นว่าตั้งอยู่ใกล้วัดพระเจ้าองค์ดำมากที่สุดจนดูเหมือนเป็นวัดเดียวกัน เอกลักษณ์ของวัดนี้อยู่ที่การสร้างพระวิหารที่ไม่มีทางขึ้นลงหลักไว้ที่ด้านหน้า แต่สร้างไว้ที่ด้านซ้าย (กรณีที่หันหน้าไปทางหน้าวัด) ในส่วนพระเจดีย์พบร่องรอยการตกแต่งปูนปั้นลายช่องกระจกสอดไส้

DSC03127 DSC03133 DSC03135

เรามาหยุดพักกันนานสักหน่อยที่ “วัดเจดีย์เหลี่ยม” หรือ “วัดกู่คำ” แต่เดิมวัดนี้ชื่อวัดกู่คำ กู่ หมายถึง พระเจดีย์ คำ หมายถึง ทองคำ พญามังรายทรงโปรดให้ก่อสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 1831 โบราณวัตถุที่สำคัญของวัดคือ องค์พระเจดีย์ประธานรูปทรงมณฑปปลด 5 ชั้น วัดนี้มีความโดดเด่นคือ เป็นวัดที่กษัตริย์สร้าง และมีรูปแบบเจดีย์ที่แสดงถึงอิทธิพลรูปแบบของรัฐหริภุญไชย โดยที่พญามังรายโปรดให้เอามาก่อสร้างไว้ในเวียงกุมกามระยะแรกๆ สำหรับครอบครัวผมแล้วรู้สึกดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียน ณ สถานที่ซึ่งสวยงามแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง

ระหว่างเส้นทางตลอดทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นลำใยของชาวบ้าน ที่มองแล้วน่ารับประทาน ไกด์หนุ่มของเราให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรเริ่มทำการขุดค้นโบราณสถาน มีชาวบ้านหลายคนได้เก็บเอาวัตถุโบราณที่ขุดค้นเจอไปเก็บไว้ที่บ้าน แต่ในภายหลังปรากฎว่ามีชาวบ้านหลายคนต้องนำกลับมาคืน เพราะต่างก็เจอเรื่องราวที่ไม่คาดฝันแตกต่างกันไป

เราออกเดินทางต่อไปยัง “วัดกู่ป่าด้อม” วัดแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกเวียงกุมกาม ชื่อของวัดนี้ได้ตั้งชื่อตามเจ้าของที่ดิน โบราณสถานของวัดมีขนาดใหญ่ประกอบด้วย วิหารฐานใหญ่ มีบันไดทางขึ้นวิหาร มีราวบันไดด้านปลายเป็นรูปตัวเหงา ส่วนเจดีย์เหลือเพียงฐานเท่านั้น มีกำแพงแก้วก่อล้อมรอบโบราณสถาน กำแพงแก้วด้านหน้าทางเข้าวิหารมีซุ้มโขง วัดแห่งนี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 21-22

กระทั่งรถม้าพาเราเดินทางกลับมายังที่สถานที่แห่งสุดท้าน นั่นก็คือที่ “วัดกานโถม” หรือ “วัดช้างค้ำ” ซึ่งก็คือสถานที่แห่งแรกที่พวกเราเริ่มเดินทางโดยรถม้านั่นเอง สำหรับการท่องเที่ยวชมโบราณสถานที่ “เวียงกุมกาม” ครั้งนี้ สามารถนับจำนวนสถานที่สำคัญทั้งหมดได้ 9 วัด พอดิบพอดี ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “เวียงกุมกาม” แห่งนี้ ยังมีโบราณสถาน และ วัดวาอารามณ์ต่างๆ ที่ถูกขุดค้นพบอีกเป็นจำนวนกว่า 40 แห่ง ด้วยกัน

นอกจากคำขอบคุณที่ออกมาจากใจจริงแล้ว ผมยังได้เพิ่มรางวัลอีกเล็กน้อยสำหรับไกด์หนุ่มผู้น่ารักของเรา ส่วนภรรยาและลูกชายก็มีความสุขกับการจับจ่ายซื้อจานพิมพ์รูปที่ระลึก ซึ่งผมรู้สึกแปลกๆ เพราะโดยปกติแล้วเวลาที่ครอบครัวของเราไปเที่ยวที่ไหน จะไม่มีใครยอมเสียสตางค์ซื้อเจ้าจานนี้กลับมาบ้าน แต่สำหรับที่นี่แล้วพวกเราต่างมีความเต็มใจที่จะหอบหิ้วมันกลับมา

ขอขอบคุณข้อมูลพิเศษจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ที่ผมได้นำมาประกอบการพิมพ์บรรยายเพิ่มเติม

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: