ชะตาชีวิต

sunset

สาม-สี่ สัปดาห์มานี้มีเรื่องของความไม่แน่นอนในชีวิต เกิดขึ้นกับคนรอบตัวผมอย่างต่อเนื่อง เริ่มแรกผมก็ได้รับข่าวทางโทรศัพท์จากพี่ชายที่ผมให้ความเคารพเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่ ม.มหิดล  ผมได้รับข่าวพร้อมกันสองข่าว ข่าวแรกคือ ลูกชายคนโตของแกได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าเรียนในชั้นมัธยมต้นที่ ร.ร. อัสสัมชัญ บางรัก อย่างที่มุ่งหวังเอาไว้ และพร้อมกับข่าวดีก็มีข่าวร้ายเข้ามา นั่นก็คือ คุณพ่อของแกเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในวันเดียวกัน…

ต่อมาอีกไม่กี่วัน ผมและเพื่อนๆ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์และยังเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่พวกเราในกลุ่มฯ ต่างให้ความเคารพนับถือ ไปคราวนี้เนื้องด้วยรู้ว่าแกไม่สบาย และมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกที่เสื่อมตามวัยที่ล่วงเข้าไป 70 กว่าๆ แล้ว พวกเราเอาทั้งของใช้ที่จำเป็นและการอุดหนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการรักษาพยาบาลไปมอบให้ ในวันนั้นพวกเราก็มีโอกาสไปกราบเยี่ยมคุณย่า (คุณแม่ของท่าน) ซึ่งก็มีอายุปาเข้าไป 90 กว่าๆ ปีแล้วด้วย ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้เห็นคุณย่ายังเดินเหินสะดวก นั่งพูดคุยกับพวกเราอย่างสนุกสนาน และก่อนที่พวกเราจะลากลับ คุณย่าท่านยังบอกกับผมว่า วันพรุ่งนี้จะไปผ่าตัดลอกเลนส์ตาที่ รพ.พระมงกุฏ ตามที่ได้นัดกับคุณหมอไว้ 

สองวันต่อมา ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่ชาย (คนที่ผมเอ่ยถึงในย่อหน้าแรก) บอกกับผมว่า คุณย่า (คุณแม่ของผู้ใหญ่ที่ผมเอ่ยถึงในย่อหน้าที่สอง) ได้หกล้มในห้องพักฟื้น รพ.พระมงกุฏ เพราะว่าแกได้ยินเสียงคนเคาะประตูในตอนเช้ามืด แกมองเห็นลูกชายที่ก็ป่วยอยู่กำลังนอนหลับอยู่ที่เตียงเฝ้าไข้ ก็เลยพยายามลงจากเตียงมาเปิดประตูเอง แต่ขาเกิดไขว้กันทำให้ล้มทั้งยืน ผลปรากฎว่า สะโพกแตก อาจารย์หมอบอกว่ายังไม่รู้จะทำอย่างไรดี ถ้าผ่าตัดก็เสี่ยงมากสำหรับคนแก่ในวัยขนาดนี้ แต่ถ้าไม่ผ่าคุณย่าก็จะต้องทนปวดต่อไป และเดินไม่ได้ไปตลอดนับแต่จากนี้ ถึงตรงนี้เท่าที่ฟังเสียงจากการโทรศัพท์ไปสอบถามอาการ ก็เหมือนจะเริ่มหมดแรงและกำลังใจไปเรื่อยๆ แล้วล่ะ ทั้งแม่และลูก…

อีกไม่กี่วันต่อมา ผมได้รับทราบจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ทำงานด้วยกันว่า มีพนักงานคนหนึ่งในออฟฟิทของเขา ซึ่งผมเองก็เคยพูดคุยและรู้จักกันดี อยู่ๆ ก็ปวดหัวอย่างหนัก และเข้ารับการรักษาที่ รพ. แห่งหนึ่ง วันรุ่งขึ้นปรากฎว่าอาการทรุดหนักลง และเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เข้าขั้นโคม่า และได้เสียชีวิตในวันต่อมา หลายคนที่ทำงานของเขารู้สึกช๊อค เพราะวันก่อนที่จะมีอาการและเข้ารักษาตัวที่ รพ. ก็ยังพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ดีๆ…

ชีวิตคนเรานี่มันไม่มีอะไรแน่นอนเสียจริงๆ ที่เขียนมานี้ก็เพราะผมมีความรู้สึกว่า อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างน้อยก็ต้องพึงอยู่กับความไม่ประมาท และต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดี แต่ก็อย่างว่าล่ะ “มันเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว”….

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: