“สุดสาคร” การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องแรกในชีวิตที่ผมได้ดู ผลงานของอาจารย์ปยุต เงากระจ่าง

Sudsakorn  1234 

ปี พ.ศ. 2522 ขณะนั้นผมน่าจะยังเรียนอยู่ในชั้น ป. 1 พ่อชวนผมไปดูการ์ตูนที่โรงภาพยนต์เป็นเรื่องแรกในชีวิต จำอะไรไม่ค่อยได้มาก แต่จำได้ว่าเป็นการ์ตูนที่เมื่อดูจบออกมาแล้วรู้สึกสนุกมากๆ และบรรยากาศโดยรอบมีคนรอเข้าชมเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งล้นออกมาถึงด้านหน้าถนนเสียด้วยซ้ำ

การ์ตูนเรื่องที่ผมกล่าวถึงนี้ มีชื่อว่า “สุดสาคร” ที่ผลิตและสร้างโดยปรมาจารย์คนไทย นามว่า อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง 

prayut  sudsakorn_cover1

สุดสาคร เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแนวแฟนตาซี ผจญภัย ที่กำกับโดย ปยุต เงากระจ่าง และนับเป็นภาพยนตร์การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศไทย ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2522 เนื้อหาในภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ตั้งแต่ตอนกำเนิดสุดสาครไปจนถึงการเดินทางตามหาพระอภัยมณี ภายหลังกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการได้นำภาพในภาพยนตร์เรื่องนี้ไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือสำหรับให้เยาวชนอ่านในโรงเรียนด้วย 

สำหรับเนื้อเรื่องโดยย่อฉบับการ์ตูนที่กล่าวถึงนี้ ผมขอคัดมาประกอบไว้ดังนี้

ณ เกาะแก้วพิศดาร นางเงือกได้ให้กำเนิดบุตรชายที่เกิดจากพระอภัยมณี ชื่อ สุดสาคร พระฤๅษีที่อยู่ในเกาะแก้วพิสดารได้เลี้ยงดูและสั่งสอนวิชาต่างๆ ให้สุดสาคร จนสุดสาครมีอายุได้ 3 ขวบ สุดสาครจึงออกเดินทางตามหาพระบิดา (พระอภัยมณี) ที่ออกจากเกาะแก้วพิศดารไป โดยมีสัตว์พาหนะคู่ใจ คือ ม้านิลมังกร ทั้งสองได้หลงไปในเกาะผีสิง จึงต้องต่อสู้กับพวกผีทั้งหมดในเกาะเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน จนเกือบจะเสียท่า แต่ที่สุดแล้วก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากพระฤๅษีเกาะแก้วพิสดาร

หลังจากนั้นสุดสาครได้เดินทางต่อจนพบกับชีเปลือย และถูกชีเปลือยล่อลวงเอาม้านิลมังกรและไม้เท้าวิเศษจนถูกผลักตกหน้าผา เดชะบุญที่สุดสาครไม่ตายจึงกลับมาชิงไม้เท้าวิเศษคืนไปได้ที่เมืองการเวก เจ้าเมืองการเวกได้รับอุปการะสุดสาครไว้เป็นลูกบุญธรรม จนสุดสาครโตขึ้น จึงออกเดินทางตามหาพระบิดาต่อ โดยครั้งนี้เจ้าเมืองการเวกให้เสาวคนธ์และหัสชัยซึ่งเป็นพระโอรสและพระธิดาของพระองค์ พร้อมทั้งกองเรือรบจำนวนหนึ่งออกเดินทางไปกับสุดสาครด้วย ระหว่างทางกองเรือของสุดสาครถูกฝูงผีเสื้อยักษ์โจมตีและจับตัวเอาเสาวคนธ์และหัสชัยไป สุดสาครติดตามไปสังหารผืเสื้อยักษ์และชิงตัวทั้งสองคนกลับคืนมาได้สำเร็จและเดินทางออกตามหาพระบิดาต่อไป

ขั้นตอนการผลิตภาพยนต์การ์ตูนเรื่อง “สุดสาคร”

ม้านิลมังกร 

ม้ามังกร หรือ ม้านิลมังกร สัตว์ประหลาดในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณี ตามจินตนาการของสุนทรภู่ เป็นพาหนะของสุดสาคร โดยสุนทรภู่ได้รจนาถึงลักษณะของม้านิลมังกรไว้ว่า

พระนักสิทธิ์พิศดูเป็นครู่พัก หัวร่อคักรูปร่างมันช่างขัน
เมื่อตัวเดียวเจียวกลายเป็นหลายพันธุ์ กำลังมันมากนักเหมือนยักษ์มาร
กินคนผู้ปูปลาหญ้าใบไม้ มันทำได้หลายเล่ห์อ้ายเดรฉาน
เขี้ยวเป็นเพชรเกล็ดเป็นนิลลิ้นเป็นปาน ถึงเอาขวานฟันฟาดไม่ขาดรอน
เจ้าได้ม้าพาหนะตัวนี้ไว้ จะพ้นภัยภิญโญสโมสร
ให้ชื่อว่าม้านิลมังกร จงถาวรพูนสวัสดิ์แก่นัดดา

โดยที่สุนทรภู่มิได้ให้ที่มาที่ไปของม้านิลมังกร ว่าเป็นสัตว์อะไร มาจากไหน ปรากฏตัวครั้งแรกที่ชายหาด เกาะแก้วพิสดาร โดยสุดสาครไปพบเข้า เป็นสัตว์ดุร้าย มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่าง ๆ สุดสาครเป็นผู้ปราบได้จากไม้เท้าวิเศษของโยคี ในที่สุด ม้านิลมังกร ก็กลายเป็นพาหนะของสุดสาคร และเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ต่อนาย จากการมาช่วยสุดสาครที่ตกหน้าผาจากการทำร้ายของชีเปลือย

ลักษณะของม้านิลมังกร ตัวเป็นม้าหัวเป็นมังกร หางเหมือนนาค ลำตัวเป็นเกล็ดสีดำแวววาว เหมือนดั่งชื่อ กินอาหารได้หลายอย่างดั่งคำกลอน จึงเชื่อว่าสุนทรภู่จินตนาการมาจากกิเลนของจีน ก็เป็นได้ เพราะไม่ปรากฏสัตว์ลักษณะเช่นนี้ในความเชื่อหรือวรรณคดีเรื่องใดของไทยมาก่อน อีกทั้งตัวละครและสถานที่ต่าง ๆ ในเรื่อง ก็มีที่มาจากหลายภาคส่วนของแต่ละประเทศอีกด้วย

Payute_Ngaokrachang

ประวัติ อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง

ท่านเกิดวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2472 ที่หมู่บ้านคลองวาฬ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนเพาะช่าง ตั้งแต่วัยเยาว์เด็กชายปยุตมีความหลงไหล ในตัวการ์ตูนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับบุคลิกของตัวตลก ในหนังตลุงอย่างไอ้แก้ว ไอ้เปลือย ไอ้เท่ง รวมถึงตัวการ์ตูนแมวเฟลิกซ์ จากหนังการ์ตูนอเมริกันเรื่อง Felix the Cat ของ Pat Sullivan ซึ่งเคยมีโอกาสเข้าไปฉายในประจวบคีรีขันธ์

แรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนของปยุต เกิดขึ้นเมื่อเขาได้พบกับ เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน จิตรกรชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย โดยบังเอิญ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2484 การพบกันครั้งนั้น เสน่ห์ได้ชวนเด็กชายปยุต ไปทำภาพยนตร ์การ์ตูนด้วยกันเมื่อเข้ากรุงเทพ

เมื่อปยุตเดินทางมาศึกษา ต่อที่กรุงเทพในปี พ.ศ. 2487 ที่ โรงเรียนเพาะช่าง ก็ไม่ลืมที่จะออก ตามหา เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน เพื่อที่จะทำการ์ตูน ตามที่เคยสัญญา แต่ด้วยโชคชะตา ทำให้เขาคลาดกับเสน่ห ์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ปยุตก็ยังพอทราบข่าว ของเสน่ห์และ การทดลองสร้างหนังการ์ตูนจาก หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในช่วงนั้น

กว่าปยุตจะได้พบกับเสน่ห์ก็ต่อเมื่อ ปยุตบังเอิญเดินผ่านวัด เห็น เหม เวชกร และช่างเขียนอีกหลายคน ซึ่งมารวมกัน ในงานนฌาปนกิจศพ ของเสน่ห์ คล้ายเคลื่อน และได้ทราบว่าการทดลอง ทำการ์ตูนของเสน่ห์เมื่อ 2 ปี ก่อนประสบความล้มเหลว เนื่องจากขาดการสนับสนุน ปยุตจึงตั้งปณิธาณ ที่จะสานต่อความตั้งใจของ เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน ในอันที่จะสร้าง ภาพยนตร์การ์ตูน เรื่องแรกให้จงได้

8 เดือนต่อมา ปยุตจึงทำให้ความฝันเป็นจริง เมื่อสามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูน ไทยสำเร็จเป็นเรื่องแรก ตั้งชื่อ เหตุมหัศจรรย์ เป็นภาพยนตร์การ์ตูน ขนาดสั้น ความยาว 12 นาที นำออกฉายเป็น รายการพิเศษสำหรับสื่อมวลชนและผู้ชมเฉพาะ ที่โรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมไทย เมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางตามหน้าหนังสือพิมพ์ สำนักข่าวสารอเมริกันได้มองเห็นความสามารถของ ปยุต ซึ่งเวลานั้นปยุต ได้ทำหน้าที่เป็นช่างเขียน ของสำนักข่าวสารอยู่แล้วโดยได้ให้เงิน 10,000 บาท และส่งปยุต ไปดูงานการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนที่ญี่ปุ่น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2500 จึงได้รับการนำออกฉายสู่สาธารณชน ประกอบในรายการฉายภาพยนตร์เรื่อง ทุรบุรุษทุย ของ ส.อาสนจินดา ณ โรงภาพยนตร์บรอดเวย์ พระนคร

ต่อมา ปยุตได้สร้างภาพยนตร์การ์ตูน 20 นาที อีก 2 เรื่อง ได้แก่ หนุมานเผชิญภัย (ครั้งใหม่) (2500) ของสำนักข่าวสารอเมริกัน และ เด็กกับหมี (2503) ขององค์การ สปอ. นอกจากทำงานที่สำนักข่าวสารอเมริกัน แล้ว ปยุตยังรับจ้างทำหนังโฆษณาให้กับสินค้าต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งผลงานหลายชิ้น ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำ ของผู้คนร่วมสมัยเป็นอย่างดี

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ปยุต ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษ สอนที่วิทยาลัย เพาะช่าง ในแผนกพาณิชย์ศิลป จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม ปีพ.ศ. 2519 ปยุตจึงได้ลาออกจากการเป็น อาจารย์พิเศษที่เพาะช่าง เพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมด ให้กับการทำหนังการ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศไทย เรื่อง “สุดสาคร” โดยมีลูกมือผู้ช่วยในการทำงานสร้างคือ นันทนา เงากระจ่าง บุตรสาวซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และแสดงหนังเรื่องแผลเก่า ของเชิด ทรงศรี ในขณะนั้นด้วย

ด้วยข้อจำกัดทางการเงินทุนและการสนับสนุน ทำให้การสร้าง สุดสาคร เป็นไปด้วยความยากลำบาก ซ้ำร้าย ปยุต ยังต้องเสียดวงตาข้างซ้าย จากการตรากตรำตลอดเวลากว่า 2 ปี จนกระทั่ง สุดสาครภาพยนตร์การ์ตูน ขนาดยาวเรื่องแรกและ เรื่องเดียวของไทยออกฉาย ในเดือน เมษายน พ.ศ. 2522

ปยุตเคยเสนอโครงการที่สร้างภาพยนตร์การ์ตูนไทย ไปยังที่ต่าง ๆ แต่ก็มักจะได้รับการปฏิเสธในเชิงที่ว่า “..ตัวการ์ตูนไม่ต้องกิน ทำไมถึงแพง อย่างนี้จ้างคนเล่นไม่ดีกว่าหรือ…” หลังจากเรื่องสุดสาคร ปยุต ก็ไม่ได้ทำหนังการ์ตูนจนกระทั่งปี พ.ศ. 2535 เขาได้รับการว่าจ้าง JOICEP FILM ประเทศญี่ปุ่น ให้สร้างภาพยนตร์ เพื่อการศึกษาสำหรับสตรีเรื่อง ชัยชนะของสาวน้อย (My Way)

ข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

About these ads

3 ความเห็น »

  1. Naitontuayong กล่าว

    ผมและครอบครัวขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง นักสร้างภาพยนตร์การ์ตูนผู้เป็นตำนาน และเจ้าของฉายาวอลท์ ดิสนีย์ เมืองไทย ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยวัย 81 ปี เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา โดยครอบครัวและญาติของท่าน จะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ โดยจะเริ่มสวดพระอภิธรรมศพในวันที่ 31 พ.ค. 2553 นี้ ครับ…

  2. PeachLoveU กล่าว

    ขอไว้อาลัยท่านอาจารย์ เคยเรียนกับท่านที่คณะศิลปกรรม ขอให้อาจารย์หลับให้สบายครับ
    ศิษย์ขอจดจำสิ่งดีๆที่ท่านพร่ำสอน

  3. นา กล่าว

    pk;0ib’

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: