ของขวัญมหัศจรรย์ ที่ “ป๋า..ตั้งใจมอบให้กับผม” เนื่องในโอกาสแต่งงาน

dsc02417

ของขวัญชิ้นนี้ ผมคิดของผมเองว่า “ป๋า..(คุณตาของผม) ตั้งใจมอบให้กับผมเพื่อเป็นของขวัญก่อนวันแต่งงาน ของผมกับปุ๊ก แม้ว่าในตอนนั้นป๋า..จะจากผมไปนานกว่า 15 ปีแล้วก็ตาม”

ผมเองมักจะชอบเขียนเรื่องราวต่างๆ นาๆ โดยอ้างถึงป๋า..(คุณตาสมประสงค์ วิเทศวิทยานุศาสตร์ ของผมเอง) ไว้ค่อนข้างมาก สาเหตุก็เพราะความที่ผมเป็นหลานชายคนโต ที่ป๋า..ให้ความรักและเอ็นดูมากที่สุด มากจนกระทั่งเวลาที่เกเรมากๆ แม่เอาไม้ตีแมลงวันไล่ฟาด ก็ยังมีหลังของป๋า..คอยป้องกันไว้ให้ทุกครั้ง

ป๋า..จากผมไปเมื่อตอนที่ผมยังเรียนอยู่ชั้น ปวช. ปีที่ 1 (ปี พ.ศ. 2531) คืนก่อนที่ป๋า..จะเสีย เราสองคนยังนั่งดูทีวีอยู่ด้วยกันจนดึก และเช้าตรู่ป๋า..ก็เป็นคนปลุกผมให้ลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อไปโรงเรียน และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้อยู่กับป๋า..

วันที่ป๋า..เสีย เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียน อัสสัมชัญ สำโรง (สมุทรปราการ) สถานศึกษาเก่าของผม ซึ่งในวันนั้นตอนช่วงบ่ายผมก็อยู่ที่นั่นด้วย ก่อนที่แม่จะให้เด็กที่บ้านมาตามให้รีบกลับโดยไม่ได้บอกสาเหตุให้ทราบ

ป๋า..อุทิศดวงตาและร่างกายให้กับสภากาชาติไทย ตอนที่เจ้าหน้าที่มารับดวงตา ผมและตุลย์ (น้องชายคนเดียวของผม) นั่งจับมือป๋า..กันอยู่คนละข้าง กระทั่งเจ้าหน้าที่เย็บปิดเปลือกตาเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นพวกเราทุกคนในครอบครัวร่วมกันส่งร่างของป๋า..ขึ้นรถพยาบาลของศูนย์ส่งกลับสภากาชาติไทย เพื่อเดินทางไปเป็นอาจารย์ใหญ่ให้กับนักศึกษาแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ต่อไป

4 ปีผ่านไป ทางสภากาชาติได้แจ้งกลับมายังครอบครัวของเราว่า ร่างของป๋า..ที่อุทิศให้เป็นอาจารย์ใหญ่แก่นักศึกษาแพทย์ บัดนี้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในการศึกษาเล่าเรียนแล้ว และพร้อมที่จะส่งคืน เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ตอนนั้นผมและปุ๊ก (ภรรยาของผม) เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน ปวส. ที่เซนต์จอห์นฯ ด้วยกัน และเพิ่งเริ่มคบหากันอย่างเพื่อนสนิทแค่นั้น ผมจึงไม่ได้ชักชวนให้ปุ๊ก มาร่วมงานฌาปนกิจศพของป๋า..ในครั้งนั้นด้วย

* ผมได้เขียนกระทู้เรื่อง  ถึงหลวงตาสุกรี..เพื่อนรักของป๋า..ซึ่งเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในงานฌาปนกิจศพของป๋า..ไว้ในนี้ด้วย เข้าชมได้ตามนี้ครับ : “หลวงตาสากกะเบือ”

หลังจากงานในวันนั้น เวลาก็ผ่านเลยไปอย่างรวดเร็วถึง 8 ปี  พัฒนาการจากการเป็นเพื่อนของผมและปุ๊ก ได้เปลี่ยนไป และตกลงหมั้นหมายกันในที่สุด ตลอดเวลาที่เราทั้งสองคนคบหากันก็เข้าตามตรอกออกตามประตู ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านต่างรับรู้มาโดยตลอด โดยเฉพาะคุณพ่อทวี (พ่อของปุ๊ก) ด้วย ผมเองไม่รู้เป็นอย่างไร ทุกครั้งที่ได้พบกับพ่อของปุ๊ก ผมจะนึกคิดถึงป๋าไปด้วยทุกครั้ง อาจจะเป็นเพราะด้วยวัยของทั้งสองท่านที่ไม่ต่างกันมากนัก

เสร็จจากพิธีหมั้นผ่านไปได้เพียงแค่ 1 ปี คุณพ่อทวี ก็ถึงแก่กรรมด้วยสารพัดโรคที่รุมเร้า ให้หลังจากที่ปุ๊กและผมเรียนจบปริญญาตรีกันได้ไม่เท่าไหร่ และหลังจากนั้นอีก 1 ปี ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ตัดสินใจอนุญาตให้เราทั้งสองคนได้แต่งงานกัน

ก่อนงานแต่งงาน พ่อและแม่ ให้เงินผมมาก้อนหนึ่ง เพื่อที่จะใช้ซ่อมแซมบ้านและกั้นห้องใหม่ ผมเลยไปปรึกษากับตุ๋ย เพื่อนร่วมกลุ่ม A.C.SR. BAND 1986 เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการหาช่างมาจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้

หลังจากทำโน่นทำนี่จนทำท่าจะบานปลายไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์ จนกระทั่งแม่ของผมมีความคิดว่า อยากจะเปลี่ยนสภาพภายในห้องเดิมที่ป๋า..เคยอยู่ซะใหม่ โดยแม่บอกว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ในห้องนั้นเอง เพราะหลังจากที่ป๋า..เสียไปหลายปีแล้ว ก็ยังไม่มีใครมาใช้ประโยชน์ในห้องนี้เลย

ปุ๊ก..รับอาสาปีนขึ้นไปทำความสะอาดบนหลังตู้เสื้อผ้าหลังเก่าของป๋า..แล้วก็รื้อโน่นรื้อนี่ ขนโน่นขนนี่ลงมา ก่อนจะส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เรียกให้ทุกคนไปดูกรอบรูปบานใหญ่ที่ถืออยู่ในมือ ที่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำลูบฝุ่นที่เกาะอยู่อย่างหนาออกจนหมดแล้ว 

ปุ๊ก..เจออะไร..??..

ปุ๊ก..เจอ เอกสารรับรองการจดทะเบียนของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมประสงค์เอนเตอรไพรท์” ก่อตั้งเมื่อเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2514  โดยใช้บ้านเดิมของคุณตาธร (พลตรี กำธร สุขสภา ที่ครอบครัวเราเคยไปอาศัยและเป็นบ้านที่ผมเกิด เป็นที่ตั้งประกอบกิจการ) และเอกสารดังกล่าวได้มีการขอคัดสำเนาใหม่ระบุไว้ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2515 (ก่อนที่เราทั้งสองคนจะเกิด) ผู้ใหญ่ในครอบครัวหลายคนมาเฉลยให้ทราบในภายหลังว่า ในสมัยนั้นป๋า..ยังทำงานเป็นผู้ประมูลงานรับเหมาก่อสร้างกับกรุงเทพมหานคร ประเภทงานโยธาต่างๆ แต่สิ่งที่ทำให้ปุ๊ก..ตกอกตกใจ ก็คือ ในเอกสารราชการฉบับนี้ ระบุชื่อของผู้ที่เป็นหุ้นส่วนกันเอาไว้ 3 คน คนหนึ่งชื่อ นายทวี นนท์รักษ์  นที่สองชื่อ นายประเสริฐ ม่วงโต และคนสุดท้ายชื่อ นายสมประสงค์ วิเทศวิทยานุศาสตร์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว นายทวี นนทรักษ์ คือ พ่อของปุ๊ก (พ่อตาของผม) และ นายสมประสงค์ วิเทศวิทยานุศาสตร์ ก็คือ ป๋า..ของผม นั่นเอง

พวกเราทุกคนในครอบครัวต่างตกใจกันมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามสืบเสาะเรื่องราวต่างๆ ย้อนกลับไป จนได้ความว่าทั้งสองท่านเคยร่วมงาน เป็นเพื่อน และรู้จักกันมาก่อนเป็นอย่างดี

พิธีมงคลสมรสของผมกับปุ๊ก เริ่มขึ้นหลังจากที่เจอเอกสารฉบับดังกล่าวได้ไม่กี่วัน ผมและปุ๊ก ได้รับของขวัญเพื่อแสดงความยินดีมากมาย แต่เอกสารเก่าๆ ใบนี้กลับเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ผมรู้สึกรัก ภูมิใจ และมีค่าที่สุด

“การที่ชีวิตของเราทั้งสองได้มาเจอกัน ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความตั้งใจของป๋า..และพ่อตาของผม ที่ตั้งใจจะมอบให้กับเราทั้งสองคน ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เราทั้งสองคนเพิ่งลืมตาดูโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ ด้วยกัน”

คำพูดที่ว่า “โลกนี้มันช่างกลม” หรือ “เรื่องราวในชีวิตเหมือนดังเทพนิยาย” มันท่าจะเป็นจริงและเกิดขึ้นแล้วกับเราทั้งสองคน…

* ปัจจุบัน เราทั้งสองคนได้นำหนังสือราชการสำคัญฉบับนี้ เข้ากรอบใหม่อย่างสวยงามและเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี

Advertisements

2 ความเห็น »

  1. หนู-ปริยา (เซนโยอีกคน) said

    โลกใบนี้มันเล็กกว่าที่เราคิดจริงๆ คิดได้แค่ว่า วาสนาที่สั่งสมกันมา ทำให้ได้มาอยู่ร่วมกัน

  2. ขอบใจนะหนู..คอมเม้นท์นี้จากเพื่อนที่รู้จักกันมานานมากกว่า 25 ปี แล้วครับ…

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: