นั่งโฟล์คตู้ของมาสเตอร์ปรีชา..ไปดูประกวดวงโยฯกัน….

 69742007-11-17    seefah_logo

 

ต้นปี 2529 ในวันแข่งขันประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ประเทศไทยรอบสุดท้าย พวกเราหลายคนมารวมตัวพร้อมกันที่โรงเรียน หลังจากที่ได้มีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้าแล้ว…

ไม่นานมาสเตอร์ปรีชาฯ ก็ได้นำโฟล์คแวนน่าจะรุ่นใกล้เคียงกับในภาพใช้เป็นพาหนะรับพวกเรา มุ่งหน้าไปยังสนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ แล้วความอลเวงก็เริ่มขึ้น ณ บัดนั้น…

เริ่มต้นเลยก็สตาร์ทไม่ติดแล้ว ต้องเอาใจช่วยกันอยู่นานในที่สุดก็ออกเดินทางไปกันได้ด้วยความสำเร็จ แต่ก็มีอาการชักกระตุกบ้าง เป็นครั้งคราว พวกเรามากว่า 10 คน อัดแน่นกันอยู่ในนั้น อ้อ..ลืมบอกไปมันมีเบาะให้นั่งเฉพาะตอนหน้าเท่านั้น…

ในที่สุดพวกเราก็เดินทางถึงสนามศุภฯโดยสวัสดิภาพทุกคน ถึงจะไปไม่ทันดูวงแรก แต่ก็ได้ดูวงสุดท้ายล่ะวะ ปลอบใจตัวเองกัน ผลการประกวดในวันนั้น มงฟอร์ต ทำแฮตทริค ได้รับรางวัลครองถ้วยพระราชทานฯเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน สร้างความอิ่มเอมใจกับพวกเรา เป็นอย่างมาก แม้จะเฉียดเข้าไปนิดว่าเป็นโรงเรียนในเครือฯเดียวกัน…

หลังจบการแข่งขันในวันนั้น พวกเรากลับมาที่เจ้าโฟล์คคันเดิม มาสเตอร์ปรีชาฯยืนนับ 1..2..3..จนครบทุกคน แต่แววตาไม่มีใครอยากกลับบ้านกันสักคน ไม่ใช่ไม่คิดถึงบ้าน หรืออยากเดินสยาม เที่ยวเทค ในสมัยนั้นหรอก แต่น้ำย่อยในท้องมันร้องกันดงซะจน มาสเตอร์ปรีชาฯ คงรู้สึกได้ว่างานเข้าแน่ๆ…

โฟล์คตู้เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถด้านหลังของสยามสแควร์ สายตาแต่ละคนสอดส่ายหาของอร่อยอย่างกะมากับพ่อกับแม่ตัวเอง

มาสเตอร์ปรีชาฯ ชี้ไปที่ร้านอาหารที่อยู่ด้านหน้าพวกเรา ร้าน “สีฟ้า” แม้ในภายหลังพวกเราจะได้ยินสโลแกนบ่อยๆ จากโฆษณาว่า “อย่าลืมสีฟ้า เวลาหิว” และถ้าข้อมูลไม่ผิดร้านที่พวกเราไปนั่งทานกันในตอนนั้นนับเป็นสาขาแรกจากหลายสิบสาขาในปัจจุบันด้วยอาหารมื้อค่ำในวันนั้นพวกเราจบด้วยบะหมี่ที่แสนอร่อยคนละ 1 ชาม (เท่านั้น) แต่ความเท่านั้นในวงเล็บ มาถึงวันนี้แล้วต้องบอกว่า มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากที่มีต่อมาสเตอร์ปรีชาฯ…

ดึกพอสมควรแล้ว พวกเรากลับมาขึ้นเจ้าโฟล์คกันอีกครั้ง แล้วก็แชะ..แชะ..เสียงเหมือนสตาร์ทมอเตอร์ไซค์เลย มันสตาร์ทติดแบบกระตุกๆ แล้วก็วิ่งมุ่งหน้าสู่ถนนปทุมวัน ด้วยสายตาของพวกเราที่บอกอาการลุ้นอย่าให้มีอะไร ไม่นานพวกเราก็ไม่ได้ยินเสียงจากเครื่องยนต์อีก รถค่อยๆ วิ่งต่อไปจนหมดแรง เพื่อนๆ 4-5 คน วิ่งลงไปเข็นจอดแอบตรงข้างทาง ทุกคนลงจากรถก่อนจะได้รับคำตอบจากมาสเตอร์ปรีชาฯ ว่า “น้ำมันหมด” ทำยังไงล่ะ..เมื่องบประมาณส่วนตัวของมาสเตอร์ได้จ่ายเป็นค่าอาหารเลี้ยงเด็กๆ ลูกใครก็ไม่รู้จนหมดแล้ว…

คงเป็นการเทกระเป๋าหารกันเป็นครั้งแรกสำหรับกลุ่มฯเรา สำหรับเป็นค่าน้ำมันในคืนนั้น เพื่อนของเรา 2-3 คน ออกเดินทางไกลหิ้วกระป๋องน้ำมันเครื่องไปยังปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด…

แล้วเจ้าโฟล์คก็เดินต่อไปได้ กระทั่งมาจอดในจุดเริ่มต้นของการเดินทาง โดยสวัสดิภาพ…

เขียนเรื่องนี้แล้วรู้สึกรักมาสเตอร์ปรีชาฯ จังเลย ประสบการณ์ตอนนั้นค่อนข้างจะลางเลือน พวกเราช่วยมาต่อเติมรายละเอียดกันหน่อย…

บทความนี้นำขึ้นโพสท์ไว้ใน Blog : http://acsrband86.wordpress.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: