ปล่อยโคมลอยในงานประเพณียี่เป็ง ที่เชียงใหม่

yi-peng-01 yi-peng-02 saga-san

เดือนพฤศจิกายน 2551 มีโอกาสได้ขึ้นไปทำงานที่เชียงใหม่อีกครั้ง แต่เป็นครั้งที่สนุกเป็นพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นครั้งที่หลงเข้าไปในงาน “ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่” “สืบฮีต สานฮอย ต๋ามโคมผ่อกอย ยี่เป็งล้านนา” หรือ Chiang Mai “Yee Peng” (Loy Krathong Festival) ซึ่งจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2551…

ผมและเพื่อนที่บริษัทฯ เดินทางโดยสายการบินไทย ถึงจังหวัดเชียงใหม่ช่วงเช้าของวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 แล้วเช่ารถที่สนามบินเดินทางไปทำงานต่อในนิคมอุตสาหกรรมฯ ที่ จังหวัดลำพูน กันตลอดทั้งวัน กระทั้งเย็นงานเสร็จจึงได้กลับมาที่โรงแรมที่พัก แล้วขอตัวแยกจากเพื่อนเพื่อไปทานอาหารเย็นกับแม่ และ น้าสาว ที่ขึ้นมาพักอยู่กับลุงและป้า ที่เชียงใหม่นานแล้ว เราใช้เวลารับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งกระทั่งหัวค่ำ ผมจึงได้ขอตัวแยกย้ายเพื่อที่จะกลับมาพัก และเดินเล่นเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน…

แต่แล้วความสนุกของวันนั้นก็เกิดขึ้นกับกระเหรี่ยงกรุงเทพฯอย่างผม ผมไม่สามารถขับรถกลับไปยังโรงแรมที่พักได้ เพราะโรงแรมที่พักอยู่ใกล้กับสถานที่จัดงาน “ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่” รถไม่สามารถข้ามฝั่งโดยสะพานนวรัตน์ได้ ผมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจต้อนให้ขับวนไปเรื่อยๆ แม้จะสอบถามใครก็ไม่สามารถจะมีทางให้ผมเข้าไปในเส้นไนท์บราซ่าร์ได้ กระทั่งผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง ผมจึงตัดสินใจจอดรถแล้วลงไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป่านกหวีดให้ผมขับรถวนรอบเมืองมาเป็นรอบที่ 4 แล้ว เขาเปิดทางให้ผมแล้วแนะนำให้ขับไปเรื่อยๆ ด้วยความดีใจผมรีบปฏิบัติตาม แต่ว่ามันยิ่งทำให้หลงออกนอกวงเข้าไปอีก คราวนี้ยุ่งกว่าคราวแรกอีก คือเข้ามาในวงเดิมไม่ได้อีกแล้ว…

ผมตัดสินใจอีกครั้งจอดรถที่ป้อมจราจร มีดาบตำรวจท่านหนึ่งมารับหน้าที่ให้บริการ เมื่อเขาทราบวัตถุประสงค์ของผมแล้ว ก็รีบจัดการเก็บข้าวของล๊อคป้อมตำรวจแล้วเรียกรถสองแถวสีแดง 1 คัน ขับนำรถของผมมุ่งสู่โรงแรมที่พัก โดยมีการจอดแวะยกป้ายกั้นจราจรให้ตลอดทาง ผมยินดีเสียเงินให้กับรถสองแถวสีแดงคันนั้นไป 100 บาท แต่ผมก็ประทับใจในการบริการของดาบตำรวจผู้นั้นเป็นอย่างมาก…

ถึงโรงแรมแล้ว ด้วยความอยากจะซึมซับบรรยากาศ ผมตัดสินใจคว้ากล้องถ่ายรูปออกเดินมุ่งหน้าสะพานนวรัตน์ ผ่านเสียงประทัดนับร้อยๆ นัด กับภาพบรรยากาศที่ยากจะหาที่ไหนได้อีกแล้ว มันช่างเป็นค่ำคืนที่น่าสนุกจริงๆ สีหน้าของผู้คนนับได้หลายๆ พันคน บ่งบอกถึงความสุขอย่างเห็นได้ขัด ตลอดงานมีการจุดโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสงาสว่างไสวไปทั่วบริเวณ มีการจัดแสดงดนครี ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหาร เครื่องดื่ม ตลอดสองข้างทางริมฝั่งแม่น้ำปิง คืนนั้นผมใช้เวลาอยู่กว่า 3 ชั่วโมง จึงได้กลับมาพักที่โรงแรม ที่ซึ่งเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้ว ยังเห็นโคมลอยนับไม่ถ้วยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่ขาดสาย กระทั่งเช้าของวันรุ่งขึ้น…

เช้าวันถัดมา ผมมีนัดทำงานกับชาวญี่ปุ่นจากบริษัทผู้ผลิต ที่บินมาสมทบกับเจ้าหน้าที่คนไทยอีกคนหนึ่ง ตลอดทั้งวันที่ออกเยี่ยมลูกค้าไม่ว่าคนไทยคนญี่ปุ่น ก็จะมีประเด็นการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง  “ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่” ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อคืนนี้ แต่มันกลับทำให้ Saga San รู้สึกสนใจเป็นพิเศษ ถึงขนาดร้องขอพวกเราให้ช่วยพาไปปล่อยโคมลอยหลังอาหารค่ำคืนนี้ด้วย…

หลังอาหารมื้อค่ำหนาวๆ ที่ร้านตรงบริเวณเชิงดอยสุเทพฯ พวกเรา 4 คน ขับรถออกตระเวนเพื่อหาซื้อ โคมลอย ให้กับ Saga San เมื่อได้โคมมาแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อไปยัง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมซื้อตั๋วเข้าชมบรรยากาศขของสวนสัตว์เปิดตอนกลางคืน ซึ่งความจรีงแล้วอยากจะบอกว่าเป็นทริปแรกของผมจริงๆ สำหรับการท่องเที่ยวประเภทนี้…

ช่วงดึกของคืนนั้น พวกเราขับรถมาจอดอยู่บริเวณทางเข้าการแสดงพืชสวนโลก แล้วมหกรรมกระเหรี่ยงกรุงเทพฯ และ ญี่ปุ่น ในการปล่อยโคมลอยก็เริ่มขึ้น ด้วยความฮาเฮ มีรถมาจอดดูพวกเราเป็นพักๆ อาจเพราะสงสัยในความสนุกเกินขอบเขต หรืออาจนึกว่าเป็นตัวประหลาดที่หลุดออกมาจากสวนสัตว์ในไนท์ซาฟารี ก็เป็นได้…

ผมเองได้ไปสอบถามถึงที่มาของโคมลอย ได้ความมาว่า ชาวบ้านทางภาคเหนือที่นับถือศาสนาพุทธ พอถึงเทศกาล “ยี่เป็ง” ก็จะทำโคมลอยไปถวายวัดเพื่อเป็นพุทธบูชา หรือบูชาพระเกตุแก้วจุฬามุณีบนสรวงสวรรค์ ทั้งนี้ลักษณะของโคมลอยจะทำจากกระดาศว่าว รมด้วยควันไฟให้พองแล้วปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า…

มีโอกาสคงไม่พลาดมาร่วมงาน “ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่” อีกแน่ สนุกจริงๆ…

เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา จึงขอคัดลอกข้อความจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี มาเพิ่มเติมไว้ด้วย ดังนี้

ประเพณียี่เป็ง คือ ประเพณีลอยกระทงแบบล้านนาไทย โดยคำว่า ยี่ แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ซึ่งตรงกับเดือนสิบสองของไทย
งานประเพณีจะมีสามวันคือ

  • วันขึ้นสิบสามค่ำ หรือ วันดา เป็นวันซื้อของเตรียมไปทำบุญที่วัด
  • วันขึ้นสิบสี่ค่ำ จะไปทำบุญกันที่วัด พร้อมทำกระทงใหญ่ไว้ที่วัดและนำของกินมาใส่กระทงเพื่อทำทานให้แก่คนยากจน
  • วันขึ้นสิบห้าค่ำ จะนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กส่วนตัวไปลอยในลำน้ำ

ในช่วงวันยี่เป็งจะมีการประดับตกแต่งวัด บ้านเรือน ทำประตูป่า ด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุง ช่อประทีป และชักโคมยี่เป็งแบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา และมีการจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะติ๊ด) เพื่อบูชาพระรัตนตรัย และมีการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: