4 ธันวาคม พ.ศ. 2529 วันแห่งความทรงจำ ตอนที่ 4

scan00202   scan00212   scan00224

scan00233   scan00242   scan00252

 

ต่อจากตอนที่ 3 เข้าสู่ตอนที่ 4  (เป็นเรื่องเป็นราวแหงๆ)

ความเดิมในตอนที่แล้ว หลังจากพาไปชมภาพสารคดีชีวิตสัตว์โลกกันมาแล้ว ก็ขอนำท่านกลับเข้าสู่บรรยากาศการแข่งขันโหดมันฮา ในช่วงสุดท้ายกันดีกว่า…

จากภาพที่ 1 และ 2 ด้านบน ผู้เขียนมิมีอะไรอยากจะบรรยายถึงบรรยากาศมาคุในช่วงนั้น หากท่านใดต้องการทราบผลของความสำเร็จ สามารถหาอ่านได้คร่าวๆ ใน “ประวัติของกลุ่มพวกเรา” ที่ด้านบนหน้า Blog : http://acsrband86.wordpress.com … 

แต่อยากจะกล่าวถึงในภาพที่ 3 ไม่ใช่อยากจะกล่าวถึงบรรยากาศตอนที่มาสเตอร์ปรีชาฯ ขึ้นไปรับถ้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันครั้งนั้น เพราะโดยส่วนตัวคิดว่าในวันนั้นมาสเตอร์ปรีชาฯ ไม่ควรจะขึ้นไปรับถ้วยใบนั้นกลับมาที่โรงเรียน เขียนถึงตรงนี้คงขัดใจเพื่อนๆ หลายๆ คน และหลายๆ คนคงได้สบถด่าแม่เราไปเรียบร้อยแล้ว…

เพื่อนหลายคนคงทราบว่า ก่อนหน้าที่เราจะได้ถ้วยใบนี้กลับมาที่โรงเรียนฯ พวกเราเองก็เคยได้รับถ้วยรางวัลขอบคุณที่ไปช่วยงานโน้นงานนี้มามากพอสมควร ถ้าจำไม่ผิดก็จะถูกเรียงรายอยู่บนตู้เหล็กเก็บโน๊ตดนตรีในสมัยนั้น แต่มันก็ไม่มีความหมายและเหมือนกับถ้วยใบนี้ ที่พวกเราใช้ชีวิตตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่งปี เพื่อที่จะรับรางวัลสำคัญนี้กลับมาที่โรงเรียนฯของเรา…

ก็มีคนเห่อตามเราอยู่หรอกในช่วงแรก แต่หลังจากที่พวกเราต้องแพแตก และแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางแล้ว ด้วยสองตาที่บังเอิญไปเห็นก็คือ ถ้วยใบนี้ และทั้งหมดที่พวกเรามี ถูกนำไปถอดป้ายประกาศเกียรติคุณออกแล้วนำไปแปะกระดาษสีเขียนด้วยปากกาเมจิก เพื่อใช้เป็นรางวัลชนะเลิศอะไรสักอย่างในการแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนฯ หลังจากที่พวกเราได้มันมาไม่ถึงปีเลย แม้แต่รูปหมู่ของพวกเรา ที่คุณพ่อของ เอก-ยศสิริ เจ้าของ “ห้างปาฏิหารย์” ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยสมัยนั้น ใส่กรอบเคลือบมามอบให้กับโรงเรียนอย่างดี ก็ถูกกำจัดออกไปในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน…

ถ้าบังเอิญวันนี้มีพวกเราคนใดคนหนึ่งได้เป็นนักการเมือง คงจะเป็นนักการเมืองที่เก่งกาจพอสมควร เพราะได้มีโอกาสทัศนศึกษาและทดสอบสภาพจิตใจกันบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนตัวเล็กนิดเดียว…  

กลับมาที่ 3 ภาพ ด้านล่างดีกว่า ก็ไม่มีอะไร ไม่มีความรู้สึกอะไร แค่ภาพแรกพวกเราในแถว ต่างตะโกนเสียงแหบเสียงแห้งบอกกับ เอก-ยศสิริ ดรัมเมเยอร์ ของเราว่า พวกเราทุกคนต้องการเล่นเพลง “สดุดีอัสสัมชัญ”  เดินออกมาจากสนามในตอนนั้น และมันก็เป็นเพลง “สดุดีอัสสัมชัญ” ที่มีความไพเราะที่สุดในชีวิต…

จากภาพต่อๆ มา พวกเราหมดแรง ร้องไห้ เสียใจ ไม่มีใครรู้หรอกว่าขณะนั้นพวกเราคิดอะไรกันอยู่ ถ้าอยากจะรู้ก็อยากจะบอกว่า “ไม่ใช่เพราะความพ่ายแพ้แน่นอน”…

ทำไมเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว หลายๆ คนถึงบอกว่าพวกเรา “ไม่รักโรงเรียน”  …ตลกดีไม๊??…

เราเองชอบไปบอกเพื่อนๆ ว่าอย่าเขียนอะไรแรงๆ แต่ก็อย่างที่บอกล่ะ ที่เขียนไปทั้งหมดถึงวันนี้อโหสิให้หมดแล้ว…

จบแล้วสำหรับตอนที่ 4 กรุณาติดตามตอนสุดท้าย (เสียที) ต่อไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: