ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ จากหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นพิเศษ “วงโยธวาทิตมงฟอร์ต” ปี พ.ศ. 2526

scan0041   scan0042   scan0043     

ข้อความทางประวัติศาสตร์ที่นำมาให้อ่านนี้ คัดลอกมาจากหนังสือฉบับพิเศษ “วงโยธวาทิตมงฟอร์ต” ซึ่งมีการตีพิมพ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2526 เนื่องในโอกาสที่ วงโยธวาทิตโรงเรียนมงฟอร์ต เชียงใหม่ ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2526 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จระดับประเทศครั้งแรกของโรงเรียนฯ ก่อนที่จะได้ไปโลดแล่นกวาดรางวัลระดับประเทศ และระดับชาติอีกมากมาย กระทั่งถึงปัจจุบันนี้… 

และในหนังสือเล่มดังกล่าว ได้กล่าวถึง พี่ต๊อก-บัณฑิต พี่ชายที่แสนดีของพวกเรา ผู้ซึ่งมีส่วนในการสร้างความสำเร็จดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ จึงขออนุญาตคัดลอกและนำมาบันทึกไว้ใน Blog ของกลุ่ม A.C.SR. BAND 1986 ดังนี้… 

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

การแข่งขันนัดสำคัญ หลายครั้งคนดูต้องทึ่ง เมื่อ Montfort Band ก้าวลงสนามและแสดงแสนยานุภาพด้วยรูปแบบแปรขบวน ที่มีความรวดเร็ว เฉียบขาดและแฝงด้วยความละเอียดอ่อนสวยงาม นับเป็นศิลปะอย่างหนึ่งของมันสมองมนุษย์ที่แปรสภาพออกมาในรูปความพร้อมเพรียงเข้มแข็ง ผู้ชมจะต้องจับตาดูทุกนาที เพราะ…มันเป็นแบบแปรขบวนที่มีชีวิต! บางนัด ศิลปะประเภทนี้ของ Montfort Band อาจออกมาให้เห็นในรูปเครื่องจักรกลอะไรสักอย่าง หรือเป็นรูปที่เป็นทรงเรขาคณิตที่เคลื่อนไหวได้ และต่อเนื่องกันเหมือนสายน้ำ

และนี่คือ เอกลักษณ์ ของ Montfort Band ที่ไม่ซ้ำแบบใคร และเป็นความภูมิใจที่ประทับไว้ในจิตใจของนักดนตรีในวงทุกคน 

เราขอมอบความภูมิใจของเราให้แก่ บัณฑิต ชาญณรงค์ หรือพี่ต๊อก ผู้ซึ่งทุ่มทั้งแรงกายและแรงใจ ในการคิดค้นรูปแบบแปรขบวน รวมไปถึงทั้งการฝึกซ้อมด้วย อาจกล่าวได้ว่า บัณฑิต เป็นผู้บุกเบิกแนวทาง Marching เป็นผู้ปฏิวัติระบบการฝึกภายในวงและเป็นผู้เปิดประวัติศาสตร์ Marching ให้กับ Montfort Band 

พี่ต๊อก เคยพูดกับเราเสมอว่า วง Marching Band หลายวงของไทยในปัจจุบัน มักใช้การเต้นประยุกต์เข้าจังหวะ ซึ่งไม่เหมาะสมกับ Marching Band เราน่าจะหาเอกลักษณ์ประจำตัว ซึ่งเป็นลักษณะของ Marching ที่แท้จริง จึงนำเรื่องเข้าปรึกษาอาจารย์พินัย ปรีชาภรณ์ และเริ่มทำอย่างจริงจังโดยมีอาจารย์ พินัย เป็นผู้สนับสนุน 

การปกครองโดย นักเรียนกับนักเรียนก็ได้เริ่มขึ้น ความที่มีใจรักดนตรีของพี่ต๊อก ประกอบกับความสามารถเฉพาะตัว ไหวพริบและจิตวิทยาอันดี ทำให้พี่ต๊อกก้าวมาเป็นหัวหน้าวงได้อย่างเต็มภาคภฺมิ รวมไปถึงตำแหน่งผู้ฝึกสอนทุกคน ในวงต่างรักนิสัยอันดีของพี่ต๊อก และขณะเดียวกันทุกคนในวงพอจะเห็นความสำเร็จรำไรแล้วว่า ระบบการสอนโดยนักเรียนจะทำให้ Montfort Band ก้าวไปสู่วงชั้นนำของประเทศได้ 

ก้าวแรกที่ได้มาคือ การชนะเลิศการประกวดวงดุริยางค์ของเชียงใหม่ในงานฤดูหนาว ในปี 2525 ความเชื่อมั่นในตัวของพี่ต๊อกเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความสามัคคีในวง และความช่วยเหลือจากเพื่อนคือวัชรหรือพี่แว่น พี่ประณต และพี่สหรัก ที่ร่วมมือกัน สร้างสรรค์แต่งเติมความเป็น M.C. Band ทำให้เราได้เป็นตัวแทนเขต 8 ไปแข่งขันประกวดวงโยธวาทิต ฉลอง 200 ปีฯ ที่กรุงเทพฯ และเมื่อผลปรากฏเราได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กลับมา ทุกคนในวงเสียใจบางคนถึงกับต้องเสียน้ำตา แต่ทุกคนก็ภูมิใจ เพราะมันเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งที่หมายถึงความหวัง 

ในที่สุดเราก็ได้เป็นตัวแทนเขค 8 ไปแข่งขันที่กรุงเทพฯอีกวาระหนึ่ง การไม่ประสบความสำเร็จในการสอบโควต้าเข้ามหาวิทยาลัยทำให้พี่ต๊อกจำเป็นต้องเหินห่างเราไป แข่งนัดนี้เราจึงไปโดยปราศจากพี่ต๊อก แต่นักดนตรีทุกคนรู้ดีว่าใจของพี่ต๊อกมากับพวกเราเข้าร่วมแข่งขันกับเราด้วย ก้าวลงไปในสนามพร้อมกับเราในรอบชิงชนะเลิศ ถ้าไม่เชื่อ ลองถาม Drum Major จัตุรัตน์ กับนักดนตรีทั้ง 40 คนดู และเมื่อผลปรากฏหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น… เราทุกคนก็ยิ้มด้วยความภูมิใจ 

เราทุกคนทราบดีว่า พี่ต๊อก ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งต้องรับผิดชอบมากยิ่งกว่าการทำหน้าที่เป็นนักเรียนมงฟอร์ตธรรมดาคนหนึ่งซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้ นักดนตรี Montfort Band ทุกคนขอมอบเกียรติประวัติแห่งชัยชนะครั้งนี้ให้แก่พี่ต๊อกด้วยความรักและจริงใจ

ปาก ปากกา ใจ เขียนให้กับวงมงฟอร์ต 

ครับ! ความสำเร็จย่อมจะมีความพ่ายแพ้อยู่ด้วยเสมอ ชีวิตคนเราอาจประสบความสำเร็จในด้านหนึ่งแต่ก็อาจพ่ายแพ้ให้กับอีกด้านหนึ่ง พี่อยากให้นักดนตรีทุกคนรู้จักแพ้และชนะ ในเวลาเดียวกัน การที่ท่านทั้งหลายพยายามทำตัวให้เป็นผู้ชนะ ชนะทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่รู้คำว่าพ่ายแพ้ย่อมจะหมายถึงว่าความเป็นคนของท่านได้ลดลง จนอาจจะหมดเลยก็ได้ 

ครั้งหนึ่งพี่กับพวกเรา ได้ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคจนบรรลุเป้าหมายได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองของประเทศไทยในปี 2525 มันเป็นก้าวแรกของพวกเรา และเราก็ก้าวพลาดจนได้ทั้งๆ ที่พยายามป้องกันจนสุดความสามารถ

หลังจากการแข่งขันนัดนั้นพี่คิดว่าต้องหาใครสักคนมาเป็นผู้นำวงคนต่อไป เพราะตัวพี่เองตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตนักเรียน สิ่งที่มุ่งหวังกันมากที่สุดก็คือมหาวิทยาลัย แต่หลังจากที่ได้สัมผัสกับดนตรี ดนตรีสอนให้พี่รู้จักวิถีในการดำเนินชีวิต ดนตรีทำให้พี่ตาสว่าง ทำให้พี่รู้ว่า “ชีวิตคนเราจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผ่านเข้ามหาวิทยาลัย แต่ชีวิตที่ไม่ได้ผ่านมหาวิทยาลัยก็ใช่ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงต่างหาก” ในที่สุดพี่ก็ตัดสินใจมอบภาระอันหนักหน่วงให้แก่ กฤษดิ์ บูรณวิทยวุฒิ เป็นผู้รับช่วงแทน และเขาก็สามารถทำได้สำเร็จจริงๆ กล่าวคือสามารถนำวงให้ชนะเลิศ การเป็นตัวแทนของเขตการศึกษา 8 ในการเข้าแข่งขันดุริยางค์ทั่วประเทศ ทำให้ทุกคนรวมทั้งตัวพี่มั่นใจมากในตัวเขา พี่เริ่มจะมองเห็นคลื่นลูกใหม่ที่จะเข้ามาแทนคลื่นลูกเก่าแล้ว ทำให้พี่สบายใจ และเริ่มวางมือจากดุริยางค์ หันหน้าเข้าสู่บทเรียนเหมือนกับตอนที่อยู่ ม.ศ. ต้น นับว่าเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในความยิ่งใหญ่ในการเป็นแชมป์ของดุริยางค์ มงฟอร์ต ด้วยเช่นกัน 

ผู้ที่พี่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้นั่นคือ จัตุรัตน์ รัตนไชยศรี ดรัมเมเยอร์ของเรา ผู้ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความมั่นใจและตัดสินใจได้เด็ดเดี่ยวคนหนึ่ง เป็นผู้นำวงในขระเดินได้เป็นอย่างดียิ่ง ถึงแม้ว่าฝีมือการควงคฑาจะหย่อนจากดรัมเมเยอร์คนก่อนๆ แต่การตัดสินใจของเขาดีเยี่ยมยากที่จะหาผู้ใดมาทดแทนได้ และย่อมชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปได้เป็นอย่างดี

พี่จึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ในการเป็นแชมป์เปี้ยน ปี 2526 นี้มันเหมาะมาก มันเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะสม เป็นช่วงจังหวะที่รวบรวมยอดฝีมือไว้ นับแต่บราเดอร์ มาสเตอร์ผู้ฝึกสอน ดรัมเมเยอร์ ตลอดจนผู้เล่นทุกท่าน

ท้ายนี้ขอให้น้องๆ รุ่นต่อๆ ไป จงพยายามรักษาเกียรติประวัติอันนี้ไว้เพื่อมอบเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจให้แก่ชาวไทย และชาวเชียงใหม่ชั่วกาลนาน 

ต๊อก -บัณฑิต ชาญณรงค์

คำถามที่ 5 ใน 7 คำถาม กับแชมป์ประเทศไทย

คำถามที่ 5 ซ้อมกันอย่างไรจึงได้แชมป์

ตอบ : เวลาซ้อม Concert ม.พินัย จะเป็นครูผู้ฝึกสอน นักดนตรีทุกคนเคารพและรักในตัวของมาสเตอร์ มาสเตอร์เคยเตือน

พวกเราเสมอว่าการเรียนต้องมาก่อน ดนตรีเป็นรองในเวลาซ้อม ถ้าเล่นได้ไม่เป็นที่พอใจมาสเตอร์จะตะโกนด่าเสียงดัง

ไม้กลองที่เคาะกับแป้น Conduct ทำให้ Alaskan Night มีชีวิตชีวาขึ้นมา ได้ทำให้คนหลายคนเป็นคน ส่วนเรื่องแถวจะใช้ระบบการสอนโดยนักเรียนกับนักเรียน เริ่มใช้โดยพี่บัณฑิต เป็นคนแรก ช่วงแรกๆ มีปัญหามากมาย ลองวาดภาพดูว่าจู่ๆ ก็มีเพื่อนนักดนตรีที่เคยเล่นด้วยกันมาชี้ให้เราทำอย่างนี้ อย่างโน้น บางครั้งก็ลงโทษ ความคิดหลายอย่างมันผุดขึ้นในหัวสมองใจหนึ่งบอกว่าอิจฉา ใจหนึ่งบอกหมั่นไส้ แต่แล้วความคิดเหล่านั้นก็พ่ายแพ้ความรักวงและความศรัทธาในตัวพี่บัณฑิต อย่างราบคาบ ทุกคนพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ความสามัคคี การรวมพลังกัน ทำให้เราฟันฝ่าอุปสรรคหลายอย่างมาได้อย่างมั่นใจ

อ่านกระทู้ที่เกี่ยวข้องได้ที่ Link ด้านล่าง

มงฟอร์ต กับรางวัลเหรียญทองเหรียญแรกของประเทศไทย ในการแข่งขันดุริยางค์นานาชาติ ณ เมือง Kerkrade เนเธอร์แลนด์ในปี 2528

บทความนี้ผมเขียนไว้ใน Blog : http://acsrband86.wordpress.com

Advertisements

2 ความเห็น »

  1. LannaRhyme said

    อยากเห็นรูปพี่ต๊อก ว่าหน้าจะเหมือนพี่ตุ๊ก (ชุมพล ชาญณรงค์) หรือเปล่าจ้ะ

  2. Link นี้ เมื่อเกือบ 26-27 ปี ก่อน พี่ต๊อก ในภาพเล่นเป็นพระเอกครับ

    Link นี้ พี่ต๊อก (คนขวา) ล่าสุด เพิ่งสึกได้ไม่กี่เดือนนะครับ

    Link นี้ ภาพที่ 2 พี่ตุ๊ก-ชุมพล เมื่อสัก 24-25 ปี ก่อนครับ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: